Tuesday, October 14, 2014

ประกวดภาพถ่าย หัวข้อ "มหัศจรรย์พรรณไม้งามเทิดพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ (ขิง-ข่า โลก) ครั้งที่ ๓"

ประกวดภาพถ่าย หัวข้อ  

"มหัศจรรย์พรรณไม้งามเทิดพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ (ขิง-ข่า โลก) ครั้งที่ ๓" 


วัตถุประสงค์
๑. เพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ “พระมารดาแห่งการ คมุ้ครองความหลากหลายทางชีวภาพ”
๒. เพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในวโรกาสปี พระราชสมภพครบรอบ ๖๐ พรรษา และในฐานะที่ทรงเป็นบุคคลสําคัญด้านการอนุรักษ์ความ หลากหลายทางชีวภาพของโลก
๓. เพื่อเป็นการเผยแพร่และประชาสัมพันธ์ความสําคัญของสวนพฤกษศาสตร์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ และสวนพฤกษศาสตร์สาขาทุกแห่งให้เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย
๔. เพื่อกระตุ้นให้เกิดจิตสํานึก เกิดความรัก ความรู้สึกหวงแหน ความเป็นเจ้าของร่วมกันของคนไทย ทมี่ีต่อทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
๕. เพื่อให้ได้ภาพถ่ายสวยงามในเชิงศิลป์ของพืชวงศ์ขิง-ข่า ((Zingiberaceae) ของสวนพฤกษศาสตร์ฯ


กลุ่มเป้าหมาย
        ๑. นักถ่ายภาพทั้งมืออาชีพและสมัครเล่น
        ๒. นักเรียน นักศึกษาและเยาวชนผู้สนใจในการถ่ายภาพ  
        (หมายเหตุ: คนไทยและชาวต่างชาติที่มีถิ่นพํานักในประเทศไทย)

ระยะเวลาการส่งภาพ : ตั้งแต่วันที่ ๑ กุมภาพันธ์ - ๓๐ มีนาคม ๒๕๕๘

หลักฐานการสมัคร
        ๑. ใบสมัคร (สามารถดาวน์โหลดได้จากทางเว็บไซต์ www.qsbg.org หรือ ขอรับแบบฟอร์มได้ ที่งานประชาสัมพันธ์สวนพฤกษศาสตร์ฯ ทุกแห่ง )
        ๒. สําเนาบัตรประชาชน
        ๓. สําเนาบัตรนักศึกษา หรือ บัตรนักเรียน

รางวัล :
        ๑. รางวัลภาพยอดเยี่ยม ถ้วยพระราชทานสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พร้อมเงิน
รางวัล ๑๐๐,๐๐๐บาทจํานวน๑รางวัล
        ๒. รางวัลชนะเลิศอันดับ ๑ จํานวน ๑ รางวัล รางวัลละ ๕๐,๐๐๐ บาท พร้อมใบประกาศ เกียรตคิุณ
        ๓. รางวัลชนะเลิศอันดับ ๒ จํานวน ๑ รางวัล รางวัลละ ๓๐,๐๐๐ บาท พร้อมใบประกาศ เกียรตคิุณ
        ๔.รางวัลชมเชยจํานวน๒๐รางวัลรางวัลละ๒,๐๐๐บาทพร้อมใบประกาศเกียรตคิุณ

เงื่อนไขการส่งภาพเข้าประกวด
        ๑. ภาพที่ส่งเข้าประกวดต้องถ่ายทอดและแสดงให้เห็นถึงอารมณ์ ความงดงาม ประโยชน์ ตามธรรมชาติ หรือจัดแต่ง ของพืชวงศ์ขิง-ข่า (Zingiberaceae) ในมิติใดๆ ซึ่งมีอยู่ด้วยกัน ๕ มิติ ได้แก่ 
                    ๑) อาหารและ เครื่องเทศ 
                    ๒) ยาและสมุนไพร 
                    ๓) ไม้ประดับและไม้ตัดดอก 
                    ๔) วัฒนธรรมและความเชื่อ 
                    ๕) พืชป่าและนิเวศ ตามธรรมชาติ
            ตัวอย่างพืชในมิติต่างๆ
                    (๑) อาหารและเครื่องเทศ ขิง ข่า กระชาย ขมิ้น ตูบหมูบ หน่อกะลา เร่วหอม จี๋กุ๊ก ดาหลา กระวานไทย-เทศ ดอกกระเจียว ดอกอาว กระทือ หลาว ฯลฯ
                    (๒) ยาและสมุนไพร ไพล ขิง ข่า ว่านชักมดลูก ขมิ้น ขมิ้นชัน ขมิ้นอ้อย กระชายดํา ฯลฯ
                    (๓) ไม้ประดับและไม้ตัดดอก ดอกไม้กลุ่มปทุมมาและกระเจียว ดอกเข้าพรรษา ดอกดาหลา ข่า-ขิงแดง มหาหงส์ ไม้ลูกผสมต่างๆ ฯลฯ
                    (๔) วัฒนธรรมและความเชื่อ เช่น ความเชื่อด้านเมตตามหานิยม คงกระพันชาตรี ฯลฯ ผ่าน ชนิดว่านต่างๆ เช่น ว่านนกคุ้ม ว่านเพชรม้า มหาอุดม สาลิกาลิ้นทอง ว่านสาวหลง ว่านเหลือง ฯลฯ ด้าน วัฒนธรรมเช่นตักบาตรดอกไม้(ดอกเข้าพรรษา)สระบุรี ฯลฯ
                    (๕) พืชป่าและนิเวศตามธรรมชาติ เช่น ทุ่งกระเจียว-ป่าหินงาม ทุ่งเปราะภู ดาหลาป่า เปราะป่า ตาเหิน มหาหงส์ป่า ขิงป่า ข่าป่า เร่วป่า ปุด ปุดเขย่ง สางเขียว ขิง-ข่าหายาก ฯลฯ
                    * หมายเหตุ ชื่อไทยของพืชที่กล่าวในข้างต้น อาจไปพ้องกับชื่อพืชกลุ่มอื่นที่ไม่ได้อยู่ในวงศ์ขิง-ข่า (Zingiberaceae) ดังนั้นทางคณะกรรมการจะขอสงวนสิทธิ์ในการพิจารณาเฉพาะภาพของพืชวงศ์ขิง-ข่าเท่านั้น
        ๒. ภาพถ่ายที่ส่งเข้าประกวดต้องเป็นภาพสี ขนาด ๑๒ X ๑๘ นิ้ว ตดิ ภาพลงบนแผ่นฟวิ เจอร์บอร์ด สีดํา เท่านั้น และเว้นขอบด้านละ ๒ นิ้ว ด้านหลังกรุณาติดแบบฟอร์มการส่งภาพเข้าประกวด (สามารถดาวน์โหลด ได้จากทางเว็บไซต์ www.qsbg.org หรือ ขอรับแบบฟอร์มได้ที่งานประชาสัมพันธ์สวนพฤกษศาสตร์ฯ ทุกแห่ง) โดยกรอกรายละเอียดให้ครบ
        ๓. ภาพถ่ายที่ส่งเข้าประกวดจะต้องดูเป็นธรรมชาติ สามารถตกแต่งภาพพื้นฐานได้แต่ต้องไม่เกินจาก ความเป็นจริง ขนาดไฟล์ต้องมีความละเอียด อย่างน้อย ๑๐ ล้านพิกเซล และรูปแบบของไฟล์ในแบบมาตรฐาน .TIFF หรือ .JPEG (ไม่รับภาพที่เป็น RAW FILE และไฟล์ที่เป็นสกุลอื่น)
        ๔. ผู้ส่งภาพเข้าประกวดต้องระบุ ชื่อ-นามสกุล ที่อยู่ หมายเลขโทรศัพท์ อีเมล์ (หากมี) ให้ชัดเจน
        ๕. ผู้ส่งภาพเข้าประกวด 1 ท่าน มีสิทธิ์ส่งภาพถ่ายเข้าประกวดได้คนละไม่เกิน ๑๐ ภาพ โดยส่ง ภาพถ่ายที่เข้าร่วมประกวดมาพร้อมไฟล์ภาพที่บันทึกลงแผ่นซีดี โดยบันทึกภาพ ๑ แผ่นซีดีต่อ ๑ ภาพ
        ๖. เป็นผลงานที่ไม่เคยได้รับรางวัลใดๆ มาก่อน ผู้ส่งภาพถ่ายเข้าประกวดจะต้องเป็นผู้ถ่ายภาพที่ส่งเข้า ประกวดด้วยตนเองเท่านั้น หากตรวจพบจะตัดสิทธิ์รางวัลที่ได้รับ รวมทั้งจะเรียกรางวัลคืนหากพบในภายหลัง

        ๗. ภาพที่ส่งเข้าประกวดทุกภาพถือเป็นกรรมสิทธิ์ขององค์การสวนพฤกษศาสตร์และมีสิทธิ์คัดเลือก ภาพถ่ายที่ส่งเข้าประกวดเพื่อนําไปจัดแสดงในที่ต่างๆ และการจัดพิมพ์เผยแพร่ผลงานในสูจิบัตรและเอกสาร สิ่งพิมพ์รวมทั้งสารสนเทศทุกประเภท องค์การสวนพฤกษศาสตร์ขอสงวนสิทธิ์ไม่คืนผลงานภาพถ่ายและซีดีที่ส่ง เข้าร่วมประกวด
        ๘. การตัดสินไม่มีการแบ่งประเภท จะพิจารณาจากคุณค่าของผลงานเป็นหลัก และคณะกรรมการมีสิทธิ์ กําหนดวิธีการตัดสิน การตัดสินของคณะกรรมการตัดสินถือว่าเป็นที่สิ้นสุดจะอุทธรณ์มิได้

วิธีการส่งภาพเข้าประกวด
        ๑. ส่งด้วยตัวเองได้ที่ งานประชาสัมพันธ์ องค์การสวนพฤกษศาสตร์
เลขที่ ๑๐๐ หมู่ ๙ ตําบลแม่แรม อําเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ (ตั้งแต่เวลา ๐๙.๓๐–๑๖.๐๐ น.)
        ๒. ส่งด้วยตนเองได้ที่ แกลลอรี่มูลนิธิภาพถ่ายแห่งประเทศไทย (CPFT Contemporary Photography Foundation of Thailand) ชั้น 3 (ติดธนาคารกรุงเทพฯ) ศูนย์การค้า ฟอร์จูนทาวน์ สี่แยก อ.ส.ม.ท. ถนนรัชดาภิเษก กรุงเทพฯ (ตั้งแต่เวลา ๑๐.๐๐–๑๘.๐๐ น.)
        ๓.ส่งทางไปรษณีย์ โดยวงเล็บมุมซองว่า“โครงการประกวดภาพถ่ายขิง-ข่าโลก” ส่งถึง องค์การสวนพฤกษศาสตร์ ๑๐๐ หมู่ ๙ (ตู้ ป.ณ.๗) ตำบลแม่แรม อําเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ (๕๐๑๘๐)

ดาวน์โหลดใบสมัคร

ตัดสินผลงานภาพถ่าย

ภายในเดือนเมษายน ๒๕๕๘ ณ แกลลอรี่มูลนิธิภาพถ่ายแห่งประเทศไทย (CPFT Contemporary Photography Foundation of Thailand) 

ประกาศผลการตัดสิน 
 ภายในเดือนพฤษภาคม ๒๕๕๘ ทางเว็บไซต์: http://www.qsbg.org

พิธีมอบรางวัล
วันที่ ๑๗ สิงหาคม ๒๕๕๘ และจัดแสดงภาพในงานประชุมวิชาการนานาชาติ (เฉลิมพระเกียรติฯ) “พืชวงศ์ขิง-ข่า ครั้งที่ ๗ – ขิง-ข่า เพื่อชีวิต และงานมหกรรมขิง-ข่า ครั้งที่ ๑” ในระหว่างวันที่ ๑๗ –๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๘ ณ ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติเฉลิมพระเกียรติ ๗ รอบ พระชนมพรรษา อําเภอ เมือง จังหวัดเชียงใหม่
 
ติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
ส่วนพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติ องค์การสวนพฤกษศาสตร์ เลขที่ ๑๐๐ หมู่ ๙ ตําบลแม่แรม อําเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ (๕๐๑๘๐) หรือเข้าดูรายละเอียดได้ทางเวบ็ไซต์:http://www.qsbg.org

เผยแพร่ : http://thailandphotocontest.blogspot.com/

ยังมีหัวข้ออื่นอีกครับ เข้าไปดูได้ที่ หัวข้อการประกวดภาพถ่ายทั้งหมด

ประกวดภาพถ่าย หัวข้อ "Season Change @ Khaoyai ตอน เปิดเลนส์ ท้าฝน"

ประกวดภาพถ่าย หัวข้อ  

"Season Change @ Khaoyai ตอน เปิดเลนส์ ท้าฝน" 

ประกวดภาพถ่าย, เขาใหญ่คุณสมบัติ : ประชาชนทั่วไปไม่จำกัดเพศและวัย

ระยะเวลาการส่งภาพ : วันนี้ - 31 ตุลาคม 2557

ประเภทภาพถ่ายที่ส่งเข้าประกวด : 
1.  ประเภทกล้องดิจิตอล หรือกล้องฟิล์ม 
2.  ประเภท Smart Phone หรือ Tablet  

ประเภทภาพถ่ายที่ส่งเข้าประกวด : 
1.  การถ่ายทอดแนวคิดและการสื่อความหมาย Season Change @ Khaoyai ตอน “เปิดเลนส์ ท้าฝน”
2.  ความสวยงาม การจัดวางองค์ประกอบ ตามหลักทัศนศิลป์
3.  เป็นภาพที่ได้มาโดยไม่เป็นการสร้างผลกระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติ และสัตว์ป่า
4.  ถ่ายเอง โดยมิได้ทำซ้ำ หรือนำภาพของบุคคลอื่นมา มีต้นฉบับอย่างชัดเจน

รางวัล :
ประเภทที่ 1: กล้องดิจิตอล หรือกล้องฟิล์ม
        - รางวัลที่ 1 เงินสด 15,000 บาท พร้อมเกียรติบัตรและของสมนาคุณ
        - รางวัลที่ 2 เงินสด 10,000 บาท พร้อมเกียรติบัตรและของสมนาคุณ
        - รางวัลที่ 3 เงินสด 5,000 บาท พร้อมเกียรติบัตรและของสมนาคุณ
        - รางวัลชมเชย 5 รางวัล รับเกียรติบัตรและของสมนาคุณ

ประเภทที่ 2: Smart Phone หรือ Tablet
        - รางวัลที่ 1 เงินสด 15,000 บาท พร้อมเกียรติบัตรและของสมนาคุณ
        - รางวัลที่ 2 เงินสด 10,000 บาท พร้อมเกียรติบัตรและของสมนาคุณ
        - รางวัลที่ 3 เงินสด 5,000 บาท พร้อมเกียรติบัตรและของสมนาคุณ
        - รางวัลชมเชย 5 รางวัล รับเกียรติบัตรและของสมนาคุณ

รูปแบบของไฟล์ภาพ

1.  ประเภทกล้องดิจิตอล หรือกล้องฟิล์ม
        -  เป็นภาพที่ถ่ายด้วยกล้องดิจิตอล หรือสแกนจากฟิล์ม
        -  ไฟล์ภาพต้องมีความละเอียดสูง มีขนาดด้านที่สั้นที่สุดไม่ต่ำกว่า 2500 pixels ที่ความละเอียด 300 dpi ในรูปแบบ .JPEG หรือ .TIFF ไม่รับภาพที่เป็น RAW FILE และไฟล์ที่เป็นสกุลอื่น ต้องไม่มีลายน้ำ ตัวอักษร หรือกราฟฟิกใดๆ ลงบนภาพ และห้ามเว้นขอบภาพไว้เป็นสีใดๆ
        -  ภาพดิจิตอลที่ส่งเข้าประกวด สามารถปรับสี ตกแต่งในด้านเทคนิคเพื่อให้ภาพมีคุณภาพดีขึ้น แต่ภาพยังต้องดูเป็นธรรมชาติเหมือนภาพถ่ายปกติ และต้องเก็บภาพต้นฉบับไว้เพื่อการตรวจสอบในกรณีที่ภาพได้รับรางวัล

2.  ประเภท Smart Phone หรือ Tablet
        -  เป็นภาพที่ถ่ายด้วย Smart Phone หรือ Tablet
        -  ภาพถ่ายที่ส่งเข้าประกวด สามารถปรับสี ตกแต่งในด้านเทคนิคเพื่อให้ภาพมีคุณภาพดีขึ้น แต่ภาพยังต้องดูเป็นธรรมชาติเหมือนภาพถ่ายปกติ

ระเบียบข้อบังคับในการส่งภาพเข้าประกวด
        -  ภาพที่ส่งเข้าประกวดจะต้องเข้ากับแนวคิด Season Change @ Khaoyai ตอน “เปิดเลนส์ ท้าฝน”
        -  ต้องระบุรายละเอียดการถ่ายภาพ สถานที่ถ่ายภาพ บรรยายเรื่องราว หรือเหตุการณ์ความประทับใจ 4–5 บรรทัด ลงในใบสมัคร หรือสำเนาใบสมัครให้ครบถ้วน
        -  ภาพถ่ายที่ส่งเข้าประกวดทุกประเภท จะต้องเป็นภาพถ่ายภายในอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ และก่อนจะถึงเขาใหญ่ (สถานประกอบการรอบๆ เขาใหญ่ของสมาชิกชมรมส่งเสริมการท่องเที่ยวเขาใหญ่-ปากช่องที่เข้าร่วมโครงการฯ)และถ่ายในช่วงระยะเวลาระหว่าง  30 กรกฎาคม - 31 ตุลาคม 2557
        -  ระยะเวลาในการส่งใบสมัครและภาพประกวด เริ่มตั้งแต่วันที่ 30 กรกฎาคม - 31 ตุลาคม  2557
        -  บุคคลที่ส่งภาพเข้าประกวดจะต้องส่งภาพจำนวน  6  ภาพ (3+2+1)
                    3 ภาพ เป็นภาพที่ถ่ายบนอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่
                    2 ภาพ เป็นภาพที่ถ่ายก่อนจะถึงเขาใหญ่ (สถานที่รอบๆ เขาใหญ่ของสมาชิกชมรมส่งเสริมการท่องเที่ยวเขาใหญ่-ปากช่องที่เข้าร่วมโครงการฯ)
                   1 ภาพ ต้องเป็นภาพของผู้ส่งภาพประกวดที่ถ่ายร่วมกับป้ายอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่
        -  ภาพที่ส่งเข้าประกวด ต้องเป็นภาพที่ไม่เคยส่งเข้าประกวดรายการใดๆ ไม่เคยตีพิมพ์ในนิตยสาร หนังสือ แผ่นภาพ เวปไซต์ หรือเอกสารใดๆ ที่ทำขึ้นเพื่อการจำหน่าย หรือโฆษณา
        -  ผู้ส่งภาพเข้าประกวดและเจ้าของภาพต้องเป็นคนๆ เดียวกันและเป็นภาพที่ไม่เคยได้รับรางวัลใดๆ มาก่อน
        -  ภาพที่ส่งเข้าประกวด คุณสมบัติไม่ครบถ้วนตามกติกาการประกวดข้อใดข้อหนึ่ง จะไม่ได้รับการพิจารณา และแม้ว่าจะได้รับการพิจารณาได้รับรางวัลใดรางวัลหนึ่งไปแล้ว หากมีการท้วงติงถึงการทำผิดกติกาข้อใดข้อหนึ่ง และหากพิสูจน์ได้ว่าทำผิดกติกาจริง ผู้จัดประกวดสามารถเลิกและเปลี่ยนแปลงการตัดสิน รวมทั้งขอคืนรางวัลได้ทั้งหมด โดยไม่ถือว่ามีความผิด
        -  ขอสงวนสิทธิ์ภาพที่ส่งเข้าประกวดทุกภาพถือเป็นลิขสิทธิ์ของผู้จัด ผู้จัดมีสิทธิ์คัดเลือกนำไปจัดแสดงในสถานที่ต่างๆ และพิมพ์เผยแพร่ โดยไม่ต้องขออนุญาตหรือจ่ายค่าตอบแทนแก่เจ้าของภาพ ยกเว้นกรณีที่มีการนำภาพไปใช้เชิงธุรกิจจะมีการจ่ายค่าตอบแทนให้ 3% ของมูลค่างาน
        -  ผู้ส่งภาพเข้าประกวด มีสิทธิ์ได้รับรางวัลสูงสุดรางวัลเดียวในแต่ละประเภท
        -  ภาพที่ส่งเข้าประกวด จะต้องเป็นเป็นภาพถ่ายภายในอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ และ ก่อนจะถึงเขาใหญ่) ในสถานประกอบการรอบๆ เขาใหญ่ ของสมาชิกชมรมส่งเสริมการท่องเที่ยวเขาใหญ่-ปากช่องที่เข้าร่วมโครงการฯ)
        -  ในการถ่ายภาพ ห้ามมีการตกแต่ง เปลี่ยนแปลง ปรับสภาพแวดล้อมธรรมชาติ หรืออื่นใด เพื่อการถ่ายภาพ คณะกรรมการขอสงวนสิทธิ์ในการพิจารณางด หรือยกเลิกรางวัลที่มอบให้ และ/หรือ เรียกคืนรางวัลทั้งหมดได้ทันที
        -  ไม่กระทำการใดๆ ซึ่งเป็นการฝ่าฝืนกฎระเบียบของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช
        -  เจ้าหน้าที่ประจำอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ชมรมส่งเสริมการท่องเที่ยวเขาใหญ่ปากช่อง นิตยสาร K MAGAZINE และคณะกรรมการในโครงการจัดประกวดถ่ายภาพฯ ไม่มีสิทธิ์ส่งภาพเข้าประกวดในครั้งนี้
        -  การส่งภาพเข้าประกวด ให้ถือว่าเจ้าของภาพตกลงปฏิบัติตามกติกาข้างต้น

การส่งภาพเข้าประกวด
1.  ประเภทกล้องดิจิตอล หรือกล้องฟิล์ม สามารถส่งภาพเข้าประกวดได้ 2 วิธีคือ
        -  Upload ไฟล์ภาพผ่านทางเวปไซต์ โดยกรอกข้อมูล รายละเอียด ลงในแบบฟอร์ม ในเวปไซต์ kmazthailand.com
        -  ทางไปรษณีย์ โดยเขียนรายละเอียดลงในใบสมัคร หรือไฟล์ข้อมูล แนบพร้อมกับไฟล์ภาพ Write ลงแผ่น CD / DVD ส่งมายัง K MAGAZINE ตู้ ปณ.15 ปณ. จอมสุรางค์ 30001

2.  ประเภท Smart Phone หรือ Tablet
        -  โพสต์ภาพถ่ายในหน้า Wall ของ facebook.com/seasonchangeatkhaoyai พร้อมคำบรรยายใต้ภาพ และระบุชื่อ-นามสกุล

เผยแพร่ : http://thailandphotocontest.blogspot.com/

ยังมีหัวข้ออื่นอีกครับ เข้าไปดูได้ที่ หัวข้อการประกวดภาพถ่ายทั้งหมด

Sunday, October 12, 2014

ประกวดภาพถ่าย หัวข้อ "พ่อลูกผูกพัน ปี 3"

ประกวดภาพถ่าย,  วันพ่อแห่งชาติ

ประกวดภาพถ่าย หัวข้อ "พ่อลูกผูกพันธ์"

คุณสมบัติของผู้เข้าประกวด : นักเรียน นักศึกษา และประชาชนทั่วไปไม่จำกัดเพศและอายุ

ระยะเวลาการส่งภาพ : เริ่มส่งได้ตั้งแต่วันนี้ - 19 พฤษจิกายน 2557

รางวัล : 
  • ภาพที่โดนใจและประทับใจที่สุดจะได้รับเกียรติบัตร และเหรียญรางวัลเกียรติยศจากศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศศิลป์ (ภาพถ่าย)
หลักเกณฑ์การส่งภาพ : ผู้ที่สนใจสามารถส่งไฟล์ภาพถ่าย (ไม่เกิน 3 ภาพ/ 1 คน) พร้อมระบุรายละเอียดดังนี้
  1. ตั้งชื่อภาพ
  2.  ชื่อ-นามสกุล ของผู้ถ่ายภาพ
  3. อายุ
  4. อาชีพ
  5. หมายเลขโทรศัพท์ และอีเมล์ที่ติดต่อได้ (สำคัญมาก)
  6. ที่อยู่ ของผู้ถ่ายภาพ
วิธีการ วัน และสถานที่ส่งผลงาน : 
ส่งมาทางอีเมล์ supreme.artist.hall@gmail.com(ระบุหัวข้อส่งภาพวันพ่อ)

เผยแพร่ : http://thailandphotocontest.blogspot.com/

ยังมีหัวข้ออื่นอีกครับ เข้าไปดูได้ที่ หัวข้อการประกวดภาพถ่ายทั้งหมด

ประกวดภาพถ่าย หัวข้อ "เชียงใหม่ กาแฟโบราณ สามล้อถีบ"

ประกวดภาพถ่าย, เชียงใหม่

ประกวดภาพถ่าย หัวข้อ "เชียงใหม่ กาแฟโบราณ สามล้อถีบ"

คุณสมบัติของผู้เข้าประกวด : ประชาชนทั่วไปไม่จำกัดเพศและอายุ

ระยะเวลาการส่งภาพ : เริ่มส่งได้ตั้งแต่วันนี้ -  15 ตุลาคม 2557

รางวัล : รวมทั้งสิ้นมูลค่ากว่า 6,000 บาท ประกอบด้วย
  • รางวัลชนะเลิศ        จำนวน 1 รางวัล        เงินรางวัล 5,000 บาท
  • รางวัลรองชนะเลิศ  จำนวน 1 รางวัล        เงินรางวัล 1,000 บาท
หลักเกณฑ์การส่งภาพ :
  1. ภาพที่ส่งเข้าประกวด เป็นภาพที่ถ่ายด้วยกล้องดิจิตอล ความละเอียดของภาพไม่ต่ำกว่า 4 ล้านพิกเซล (2272x1704)   ส่งไฟล์ภาพต้นฉบับในรูปแบบของไฟล์มาตรฐาน JPEG เท่านั้น  (ไม่รับภาพที่ เป็น RAW FILE และไฟล์สกุลอื่น) 
  2. ผู้ส่งภาพเข้าประกวดมีสิทธิ์ส่งภาพถ่ายเข้าประกวดได้ไม่จำกัดจำนวน โดยตั้งชื่อภาพ  เขียนรายละเอียดสถานที่ และความประทับใจสั้นๆ 
  3.  ผู้ส่งภาพเข้าประกวดให้ส่งภาพพร้อมใบสมัครตามแนบที่สถาบันฯ กำหนด ใบสมัคร 1 ฉบับต่อ 1 ภาพถ่าย
  4. เป็นภาพที่ถ่ายไม่เกิน 3 ปี  ต้องเป็นผลงานที่ถ่ายด้วยตนเองเท่านั้น ห้ามมิให้นำผลงานผู้อื่นส่งเข้าประกวด และต้องไม่เคยได้รับรางวัลจากการประกวด และไม่เคยได้รับการตีพิมพ์/เผยแพร่ เพื่อการพาณิชย์มาก่อน ถ้าสืบทราบว่าภาพที่ส่งเข้าประกวดเป็นผลงานของผู้อื่น หรือเคยได้รับรางวัลจากการประกวด หรือเคยตีพิมพ์/เผยแพร่ มาก่อน ภาพนั้นจะถูกตัดสิทธิ์ทันที 
  5. คณะกรรมการตัดสินภาพมีสิทธิ์กำหนดวิธีการตัดสิน และการตัดสินของคณะกรรมการถือเป็นที่สิ้นสุด ผู้ส่งภาพเข้าประกวดไม่มีสิทธิ์อุทธรณ์ใดๆทั้งสิ้น
  6. ขอสงวนสิทธิ์ในภาพถ่ายที่ส่งประกวด โดยทางกาแฟลุงเป๋อสามารถนำผลงานออกเผยแพร่หรือใช้ใน กิจกรรมได้โดยไม่ต้องจ่ายค่าตอบแทน และขออนุญาต จากเจ้าของผลงาน
  7.  ผู้ชนะจะได้รับรางวัลสูงสุดเพียงหนึ่งรางวัลเท่านั้น ในแต่ละประเภทภาพถ่าย
หลักเกณฑ์การติดสินภาพถ่าย :
เกณฑ์การตัดสินภาพจะพิจารณาจากการสื่อความหมายตามหัวข้อของการประกวด เป็นเกณฑ์ในการตัดสิน ดังนี้
  1. เนื้อหาของภาพ             (Subject Matter) 
  2. เทคนิคในการถ่ายภาพ        ( Technique in Taking Picture )
  3. ความคิดสร้างสรรค์ในการถ่ายภาพ    (Creation)
  4. การจัดองค์ประกอบของภาพถ่าย    (Composition)
1.) เนื้อหาของภาพ (Subject Matter)
ภาพแต่ละภาพสามารถเล่าเรื่องด้วยตัวเองได้มากน้อยเพียงใดก็อยู่ที่ผู้ถ่าย ภาพจัดวางเรื่องราวต่างๆ ให้ดูเด่นชัด ให้ผู้ชมภาพมีความเข้าใจและซาบซึ้งได้โดยง่าย ซึ่งเรื่องนี้ย่อมเป็นที่แน่นอนว่า ภาพบางภาพมีเรื่องราวดี บางภาพมีเรื่องราวด้อยกว่า การตัดสินจะยึดถือเรื่องนี้ให้เป็นเรื่องสำคัญอันดับแรก
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ภาพที่แสดงเรื่องราวได้ตรงกับหัวข้อที่กำหนดไว้มากที่สุด จะได้รับการพิจารณาก่อน

2.) เทคนิคการถ่ายทำ ( Technique in Taking Picture )
ได้แก่การใช้เทคนิคในการถ่ายภาพอย่างตรงไปตรงมาหรือใช้วิธีการซับซ้อนมาก น้อยเพียงใดรวมทั้งรวมการให้แสงที่ชาญฉลาด เช่น ใช้วิธีถ่ายภาพย้อนแสงที่ทำให้เกิดมิติ สร้างความลึกให้แกภาพให้แสงมาจากด้านข้างทำให้ภาพไม่แบน มีรสชาติเข้มข้นพอๆ กันกับการถ่ายภาพย้อนแสง

3.) แนวการสร้างสรรค์( Creation)
เรื่องนี้นี่แหละที่เป็นเรื่องสำคัญ หากเห็นว่าการจัดองค์ประกอบภาพแบบเก่าๆ ดูล้าสมัยอยากจะหาวิธีสร้างสรรค์ให้ดูดีขึ้นก็ควรทำ ภาพถ่ายที่มีแนวการถ่ายภาพธรรมดา ๆ ย่อมจะสู้ภาพที่มีการสร้างสรรค์ที่เหนือกว่าไม่ได้
แต่การสร้างสรรค์ภาพด้วยการละทิ้งหลักการจัดองค์ประกอบภาพสิ้นเชิง จะไม่มีทางประสบความสำเร็จ เพราะศิลปะทุกแขนงยังต้องอาศัยองค์ประกอบที่ดีดังกล่าวมาแล้วข้างต้น แม้แต่ภาพ "นามธรรม" หรือ "Abstract" ก็ยังคงมีการจัดวางส่วนสำคัญของภาพให้เหมาะสม มีการจัดน้ำหนักของสีและการตัดกันของสี ตลอดจนจัดแสงแลเงาให้ดูดีตามวิถีทางของการจัดองค์ประกอบภาพทั้งสิ้น

4.) การจัดองค์ประกอบ(Composition)
ภาพทุกภาพไม่ว่าจะเป็นภาพถ่ายหรือภาพวาด ล้วนแต่มีองค์ประกอบภาพทั้งสิ้น ผู้ที่เข้าใจและเจนจัดในการจัดองค์ประกอบภาพให้ถูต้องและเหมาะสม จะสามารถทำให้ภาพมีความสมบูรณ์และน่าดูยิ่งขึ้น
ปัจจุบันนี้ นักถ่ายภาพจำนวนมากนิยมใช้ เทคนิคสร้างภาพให้ดูแปลกตาด้วยการใช้เลนส์มุมกว้างมากๆ บ้าง ใช้ระบบสร้างภาพ Infrared บ้าง ซึ่งเป็นเทคนิคที่ให้ผลดีไม่น้อย เมื่อใช้อย่างถูกกาลเทศะ

 

วิธีการ วัน และสถานที่ส่งผลงาน : 
ส่งรูปภาพพร้อมข้อมูลการติดต่อของคุณ  (ชื่อ -นามสกุล เบอร์โทรศัทพ์  และ อื่นๆ (ถ้ามี)) ในการติดต่อมาที่   E-mail : ilovehillkoff@gmail.com
    ประกาศผลการตัดสิน ผลการตัดสินจะประกาศทาง  www.facebook.com/lungpoecoffee  ภายในวันที่ 15 ตุลาคม 2557   

    เผยแพร่ : http://thailandphotocontest.blogspot.com/

    ยังมีหัวข้ออื่นอีกครับ เข้าไปดูได้ที่ หัวข้อการประกวดภาพถ่ายทั้งหมด

    Sunday, June 1, 2014

    รู้เรื่องกล้องและภาพถ่าย ตอนที่ 1 : กี่พิกเซลถึงจะพอดี

    พิกเซล, กล้องถ่ายรูป, ภาพถ่าย,

    สวัสดีครับ บทความนี้ผมจะมาไขข้อข้องใจเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างจำนวนพิกเซลของกล้องกับรูปภาพ...หลายๆคนเข้าใจว่ากล้องยิ่งมีค่าพิกเซลสูงๆจะยิ่งทำให้ได้ภาพที่มีคุณภาพดี ยิ่งพิกเซลมากเท่าไหร่ ภาพก็จะยิ่งมีคุณภาพมากขึ้นเท่านั้น ซึ่งจริงๆแล้วมันไม่ใช่ครับ...เอ้า แล้วมันเป็นยังไงหล่ะทีนี้ 

    ความจริงแล้วก็คือ จำนวนพิกเซลนั้นจะมีผลต่อขนาดของภาพที่เราต้องการจะอัดต่างหาก ถ้าเราต้องการใช้ภาพที่มีขนาดใหญ่เช่นภาพโปสเตอร์ แน่นอนครับกล้องที่มีจำนวนพิกเซลสูงนั้นมีความจำเป็นมาก เราจึงเห็นช่างภาพมืออาชีพมักจะใช้กล้องที่มีพิกเซลสูงๆราคาแพงๆ เหตุผลเพราะเค้าจำเป็นต้องนำภาพนั้นไปอัดขยายให้มีขนาดใหญ่ อาจะใช้เพื่อการโฆษณา หรือการจัดนิทรรศการ เป็นต้น เรามาดูความสัมพันธ์ของพิกเซลกับขนาดของภาพกันดีว่าครับ
    1. ถ้าหากเราต้องการใช้ภาพขนาด 8 x 10 นิ้ว กล้อง 5 ล้านพิกเซลก็เพียงพอแล้วครับ
    2. ถ้าหากอยากได้ภาพขนาด 13 x 19 นิ้วหล่ะ คำตอบของมันก็คือ 6 ล้านพิกเซลครับ คุณไม่ต้องการอะไรมากไปกว่านี้
    3. แล้วกล้อง 10 ล้าน 12 ล้าน หรือ 24 ล้าน เอาไว้ทำอะไร... กล้องพวกนี้เอาไว้สำหรับช่างภาพมืออาชีพครับ ใช้สำหรับกรณีที่เราต้องการภาพขนาดตั้งแต่ 24 x 36 นิ้วขึ้นไป ซึ่งถ้าใครคิดว่าเราจำเป็นต้องใช้ภาพขนาดนี้แล้วหล่ะก็ ซื้อได้เลยครับ 
    เห็นแล้วว่า จำนวนพิกเซลกับขนาดภาพสัมพันธ์กันอย่างไร ดังนั้นเราไม่จำเป็นต้องซื้อกล้องที่มีพิกเซลสูงๆมาเพื่อใช้ถ่ายภาพขนาด 4 x 6 นิ้ว ให้เสียเงินไปเปล่าๆหรอกครับ ^^ โดยทั่วไปแล้วกล้องขนาด 6 ล้านพิกเซลก็เพียงพอแล้วสำหรับใช้ในการถ่ายภาพเพื่อบันทึกความทรงจำของเราครับ เก็บเงินของเราไว้ไปซื้ออุปกรณ์เสริมอย่างอื่นเพื่อให้การถ่ายภาพสนุกมากขึ้นดีกว่าครับ : )

    หวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์สำหรับคนที่กำลังตัดสินใจจะเลือกซื้อกล้องตัวใหม่นะครับ ถ้าหากว่าคุณกำลังกังวลว่ากล้องตัวที่เล็งไว้นั้นมันมีพิกเซลมันน้อยไปหน่อย (8 ล้านพิกเซล) อ่านบทความนี้แล้วอยากให้คลายกังวลครับ ^^ 

    Saturday, May 31, 2014

    เคล็ดลับการถ่ายภาพ ตอนที่ 6 : น้ำตกอยู่ไหน...จะเอาให้นุ่มเลย

    เทคนิคการถ่ายภาพ, น้ำตก, ขาตั้งกล้อง
    สวัสดีครับท่านผู้อ่านทุกๆท่าน วันนี้ผมจะเผยเคล็ดลับวิธีการถ่ายภาพน้ำตกให้นุ่มนวล ชวนให้น่าหลงไหลกันครับ

    การถ่ายภาพน้ำตกให้ออกมานุ่มนวลเหมือนที่เราเห็นกันในภาพด้านซ้ายมือนั้น สำหรับช่างภาพมือใหม่อาจจะเป็นอะไรที่คิดว่ายาก แต่จริงๆแล้วไม่ยากอย่างที่คิดครับ มันมีวิธีของมันอยู่ เพียงแค่เราไม่รู้เท่านั้นเอง หลายอย่างที่เราคิดว่ามันยาก แต่พอลองศึกษา ลองทำเข้าจริง ๆ ปรากฎว่ามันไม่เห็นจะยากอย่างที่คิด... รู้งี้ลงมือทำไปตั้งนานแล้ว ดังสุภาษิตขงเบ้งที่กล่าวไว้ว่า "รู้อะไรไม่สู้ รู้งี้" ครับผม

    งั้นก็แปลว่ามันไม่ได้ขึ้นอยู่กับกล้อง แล้วมันขึ้นอยู่กับอะไรหล่ะ คำตอบก็คือมันขึ้นอยู่กับการตั้งค่ากล้องของเราครับ

    โดยถ้าคุณต้องการจะถ่ายภาพน้ำตกให้พริ้วไหว คุณต้องมีอุปกรณ์ดังนี้ครับ

    1. ขาตั้งกล้อง
    2. กล้อง
    3. ND ฟิวเตอร์ ถ้ามีจะดีมากๆครับ 

    เมื่อคุณมีครบทั้งสองถึงสามข้อแล้วต่อไปนี้คือวิธีการถ่ายภาพน้ำตกให้พริ้วไหวสวยงามครับ
    เทคนิคการถ่ายภาพ, น้ำตก, ขาตั้งกล้อง
    1. หามุม ก่อนจะวางขาตั้งกล้องคุณต้องหามุมที่จะถ่ายก่อนครับ ลองกดถ่ายเล่นๆดูว่ามุมนี้ได้รึยัง ถ้ายังก็หามุมใหม่ เปลี่ยนไปเรื่อยๆไม่ต้องรีบ ดีกว่ากางขาตั้งกล้องแล้วได้ภาพที่ไม่ถูกใจต้องย้ายมุมถ่ายทีหลังครับ
    2. เมื่อได้มุมมาแล้วก็กางขา แล้วติดตั้งกล้อง พร้อมยิง ; ) โดยโหมดง่ายที่สุดคือให้เราเลือกโหมดถ่ายภาพเป็นโหมด Shutter Priority หรือตัว S หรือ Tv บนปุ่มปรับโหมดนั่นเองครับ
    3. ตั้งความชัตเตอร์ไปที่ 1-2 วินาที เสร็จแล้วกดเลยครับ เพียงเท่านี้คุณก็จะได้ภาพน้ำตกที่พริ้วไหวสวยงามออกมาแล้วครับ
    ง่ายขนาดนั้นเลยเหรอ...ใช่ครับ มันง่ายขนาดนั้นเลย แต่เหมือนเดิมครับ มันมีเงื่อนไขอยู่ ตามนี้
    • ถ้าน้ำตกอยู่กลางแจ้งและคุณเกิดอยากถ่ายในเวลากลางวัน การเปิดชัตเตอร์นาน 1-2 วินาทีนั้น อาจทำให้คุณได้ภาพที่เหมือนถ่ายกระดาษ A4  มาแทนครับ เพราะว่ามันมีแสงเยอะเกินไป วิธีแก้ก็คือ
      • เปลี่ยนเวลาถ่าย เอาเป็นตอนพระอาทิตย์ขึ้น หรือหลังพระอาทิตย์ตก ไปแล้ว ช่วงเวลานี้แสงจะน้อย ทำให้เราสามารถถ่ายภาพน้ำตกพริ้วไหวได้ครับ
      • ใช ND ฟิวเตอร์ ซึ่งสามารถลดทอนแสงได้หลายระดับด้วยกัน ขึ้นอยู่กับว่าแสงตอนที่เราจะถ่ายนั้นมีความแรงระดับไหน แต่วิธีการนี้ก็อาจจะเอาไม่อยู่ในกรณีที่แสงมันจ้าจริงๆครับ
    • น้ำตกอยู่ในป่า แต่แสงก็ยังคงมากอยู่ดี อันนี้อาจสามารถแก้ได้ด้วยการเปลี่ยนเป็นโหมด Aperture แทนแล้วปรับค่ารูรับแสงแคบๆ ซัก f/22 เป็นต้น อันนี้แล้วแต่กรณีครับขึ้นอยู่กับสภาวะแสงตอนนั้นด้วย แล้วเราก็อาจจะใช้  ND ฟิวเตอร์ช่วยด้วยอีกแรงก็ได้ครับ เพราะต้นไม้จะช่วยกรองแสงให้เราได้ในระดับนึง เห็นข้อดีของการมีต้นไม้รึยังครับ ^^ 
    เคล็ดลับการถ่ายภาพน้ำเท่าที่ผมทราบก็มีเท่านี้ครับ ไม่ยากเลย แค่เรารู้วิธี ลองทำตามกันดูนะครับ

    เทคนิคการถ่ายภาพ, น้ำตก, ขาตั้งกล้อง

    Thursday, May 29, 2014

    เทคนิคการแต่งภาพ ตอนที่ 3 : อยากให้ภาพมันคมชัดอ่ะ

    เทคนิคการแต่งภาพ, Photoshop, ภาพคม
    เย้! ตอนที่ 3 แล้วครับ วันนี้ผมจะมาแบ่งปันกลเม็ดเคล็ดลับวิธีในการทำให้ภาพที่เราแต่งเสร็จแล้วมือความคมชัดมากขึ้น วิธีการนั้นก็ง่ายแสนง่ายครับ ทำตามผมไม่กี่ขึ้นตอน ภาพของคุณก็จะคมชัดขึ้นอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน คริคริ เรามาดูวิธีทำกันเลยครับ

    สิ่งที่คุณต้องมีก็คือ โปรแกรม Adobe Photoshop และ ภาพที่ต้องการทำให้คมชัด 2 อย่างเพียงเท่านี้แลหะครับ แล้วก็ทำตามขั้นตอนดังนี้ได้เลย

    เทคนิคการแต่งภาพ, Photoshop, ภาพคม

    ขั้นตอนที่ 1 เปิดภาพนั้นขึ้นมาด้วยโปรแกรม Photoshop ก่อนครับ

    เทคนิคการแต่งภาพ, Photoshop, ภาพคม

    ขั้นตอนที่ 2 ไปที่เมนู Filter > Sharpen > Unsharp Mask...

    เทคนิคการแต่งภาพ, Photoshop, ภาพคม
    ขั้นตอนที่ 3 ปรับค่า ตรงส่วนนี้จะมีให้ปรับอยู่สามค่าด้วยกัน คือ Amount, Radius, และ Threshold ซึ่งบอกตามตรงผมก็ไม่เข้าใจหรอกว่าแต่ละค่ามันไปปรับอะไรกับภาพให้ออกมาคมชัด แต่มีช่างภาพใจดีคนนึงแนะนำเอาไว้ว่า
    • สำหรับภาพคน ให้ตั้งค่า Amount 85%, Radius 1 และ Threshold 10
    • สำหรับภาพทิวทัศน์ในเมือง ภาพในชนบทและภาพการเดินทาง ให้ตั้งค่า Amount 65%, Radius 3 และ Threshold2
    • ส่วนภาพทั่วๆไปให้ตั้งค่า Amount 85%,Radius 1 และ Threshold 4 
    ผมก็ปฏิบัติตามคำสั่งอาจารย์มาตลอด และก็พบว่ามันให้ผลลัพธ์ที่ดีเยี่ยมเลยครับ อ้อ ลืมบอกไป อาจารย์ที่ผมกล่าวถึงก็คือคุณ Scott Kelby นั่นเองครับ

    เป็นไงครับ ไม่ยากเลยสำหรับการปรับภาพให้คมชัดด้วย Photoshop หวังว่าจะเป็นประโยชน์กับผู้อ่านทุกๆท่านนะครับ ไว้ถ้าผมเจอวิธีการปรับภาพให้คมชัดวิธีใหม่จะมาอธิบายให้อ่านกันอีกครับ : )

    Wednesday, May 28, 2014

    เทคนิคการถ่ายภาพ : ตอนที่ 5 Canon Outside of Auto

    เทคนิคการถ่ายภาพ, Canon, ปรับกล้อง, สร้างสรรค์ภาพ

    วันนี้มีเว็บไซต์ดีๆมานำเสนอครับ เป็นเว็บไซต์ของค่าย Canon แคนาดา ครับ สืบเนื่องจากผมกำลังค้นคว้าข้อมูลการเขียนบล็อก แล้วกำลังสนใจอยากได้โปรแกรม DSLR simulator มาไว้ใช้เล่นเผื่อจะเอาไว้ใช้เขียนบล็อกได้บ้าง  เสิร์ชไปเสิร์ชมาก็ไปเจอเว็บนี้ครับ น่าสนใจมาก โดยเค้ามีแนวคิดว่า

    "ถึงแม้ว่าโหมดอัตโนมัติในกล้องถ่ายรูปนั้น สามารถที่จะสร้างสรรค์ภาพถ่ายที่น่าแปลกตาแปลกใจได้ แต่การสร้างสรรค์อย่างแท้จริงนั้นมาจากการที่คุณกล้าก้าวเดินออกมาจากโหมดอัตโนมัติครับ" ^^

    ดังนั้นเค้าจึงสร้างเว็บไซต์นี้ขึ้นเพื่อจะช่วยเหลือช่างภาพมือใหม่ในการเรียนรู้วิธีการควบคุมกล้องของตัวเอง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการถ่ายรูปมากขึ้นครับ โดยภายในเว็บไซต์มีรายละเอียดดังนี้ครับ

    เทคนิคการถ่ายภาพ, Canon, ปรับกล้อง, สร้างสรรค์ภาพ
    ส่วนที่ 1 Learn :
    • เป็นคัมภีร์การถ่ายภาพย่อมๆเลยหล่ะครับ ภายในหน้านี้อธิบายเกี่ยวกับค่าพารามิเตอร์ที่สำคัญๆ 3 ค่าที่เราต้องปรับเวลาจะถ่ายภาพเช่น ค่ารูรับแสง (Aperture) ค่าความเร็วชัตเตอร์ (Shutter speed) และ ค่า ISO ครับ แน่นอน ค่าเหล่านี้มีผลต่อภาพถ่ายของเราอย่างมากครับ
    • ทางแคนนอน แคนาดาสามารถสร้างสรรค์โปรแกรมออกมาได้อย่างดีทีเดียว คืออธิบายซะเราเห็นภาพเลย อิอิ 
    • เมื่อศึกษาจบหน้านี้ ช่างภาพมือใหม่ทุกท่านก็จะเข้าใจผลของพารามิเตอร์ต่าง ๆ ที่มีต่อภาพถ่ายมากขึ้นครับ ^^ 
    เทคนิคการถ่ายภาพ, Canon, ปรับกล้อง, สร้างสรรค์ภาพ

    ส่วนที่ 2 Photography 101 :
    • หน้านี้จะอธิบายเกี่ยวกับหลักการในการสร้างสรรค์ภาพถ่ายครับ 
    • การทำความเข้าใจเกี่ยวกับการวัดแสง การเลือกจุดโฟกัส วิธีการควบคุมระยะโฟกัส อยากได้ชัดลึกต้องทำยังไง อยากได้ชัดตื้นต้องทำอย่างไร ในส่วนนี้ทางผู้ทำเว็บสามารถสรุปมาได้สั้น กระชับ และได้ใจความดีทีเดียวครับ อ่านแล้วเข้าใจ ไม่ยาวจนน่าเบื่อ ^^
    เทคนิคการถ่ายภาพ, Canon, ปรับกล้อง, สร้างสรรค์ภาพ

    ส่วนที่ 3 Tip :
    • หน้านี้จะบอกเกี่ยวกับเคล็ดไม่ลับในการถ่ายภาพเพื่อให้ได้ภาพในแบบที่เราจินตนาการเอาไว้ครับ มีทั้งหมด 11 ข้อ ซึ่งผมว่ามันก็เพียงพอสำหรับการเริ่มต้นฝึกใช้โหมดแมนวล แล้วครับ : )
    เทคนิคการถ่ายภาพ, Canon, ปรับกล้อง, สร้างสรรค์ภาพ


    ส่วนที่ 4 Play :
    • หลังจากศึกษาหาความรู้กันมามากพอสมควร...เริ่มจะร้อนวิชาซะแล้ว ก็ต้องมาลองใช้งานจริงครับ กับโปรแกรม DSLR simulator 
    • ในหน้านี้จะให้เราลองปรับค่าต่างๆเหมือนกับการใช้งานในกล้องจริงๆเลยครับ โดยจะมีคำอธิบายไว้คอยบอกเวลาเราใช้เม้าส์ปรับค่าต่างๆ น่าสนุกดีทีเดียวครับ 
    • ผมว่าเหมือนเค้ากำลังสอนเราให้คิดก่อนถ่าย คิดก่อนว่าปรับอย่างนี้จะได้ภาพออกมาอย่างนี้ ยิ่งถ้าเรามีภาพที่ต้องการไว้ในใจแล้ว การวางแผนการถ่ายภาพเป็นเรื่องสำคัญมากครับ 
    • ลองเล่น ลองใช้งานกันดูนะครับ ผมเชื่อว่าจะสามารถช่วยให้ช่างภาพมือใหม่ หรือแม้แต่มือเก่าทุกท่านเข้าใจหลักการควบคุมกล้องมากขึ้นครับ 
    • นอกจากนี้เรายังสามารถกด Shutter เผื่อถ่ายภาพออกมาได้ด้วยครับ เพื่อที่จะได้รู้ว่าค่าที่เราปรับนั้นให้ผลลัพธ์จริงๆออกมาอย่างไร อิอิ 
    เทคนิคการถ่ายภาพ, Canon, ปรับกล้อง, สร้างสรรค์ภาพ

    ส่วนที่ 5 Challenge :
    • หลังจากปรับเล่นกันไปซักพักใหญ่ เริ่มจะมีความชำนาญมากขึ้นก็สามารถเข้ามาทำการทดสอบความสามารถของตัวเองในหน้านี้ได้ครับ 
    • โดยในส่วนของ Challenge นี้เราจะได้รับตัวอย่างภาพถ่ายพร้อมทั้งคำอธิบายว่าต้องถ่ายให้ได้ภาพแบบไหน เราก็ต้องปรับค่าต่างๆให้ได้ภาพแบบนั้นครับ มีนาฬิกาจับเวลาด้วย เพื่อให้เราได้ฝึกปรับค่า ซึ่งถ้าเราคุ้นชินแล้ว การถ่ายภาพในโหมดแมนวลก็จะใช้เวลาไม่นานเหมือนที่หลายๆคนคิด 
    • ผมเคยสอนเพื่อนถ่ายภาพในโหมดแมนวล มันก็บ่นว่าต้องปรับโน่นปรับนี้เยอะแยะไปหมด จะไปถ่ายทันได้ยังไง... มันก็จริงครับ ในช่วงแรกๆที่เราเพิ่งเริ่มเรียนรู้ แต่ถ้าเราใช้งานมันจนคล่อง เราก็จะรู้ว่าอันไหนต้องปรับ อันไหนไม่ต้อง มันก็จะเร็วขึ้นเองครับ ^^
    จบแล้วครับสำหรับบทความนี้ วิธีการเรียนรู้หลักการควบคุมกล้องด้วยตัวเองง่ายๆ ไม่ต้องไปสมัครคอร์สอบรมแพงๆ ก็สามารถเข้าใจหลักการควบคุมกล้องด้วยตัวเองได้ครับ  

    "เมื่อเราเข้าใจหลักการมันแล้ว เราก็จะเข้าใจกล้องของเรามากขึ้น ผมว่ามันจะทำให้คุณรักกล้องของคุณมากขึ้นครับ ^^"

    ใครอ่านจบแล้วอยากลองเล่น ลองใช้ ลองศึกษาก็สามารถเข้าไปได้ที่นี่เลยครับ Canon Outside of Auto รับรองเลยว่าสนุก และคุ้มค่ากับเวลาที่เสียไปแน่นอนครับ

    หวังว่าจะเป็นประโยชน์กับผู้ที่ติดตามอ่านบทความในบล็อกของผมทุกท่านนะครับ : )